Friday, April 28, 2006

ไม่รู้จะเขียนอะไร/DiskCrash/Admission

ระยะหลังนี่ไม่ค่อยได้เขียน Blog เลย นึกๆดูก็เป็นแบบนี้มาหลายเดือนแล้วเหมือนกัน เริ่มต้นจากไม่ค่อยมีเวลา เพราะตั้งแต่สิงหาปีก่อนแอบหนีกลับบ้านเมืองไทยทุกเดือน กลับไปญี่ปุ่นก็สะสางงาน ไม่ทันไรก็กลับมาไทยอีก แล้วก็กลับไปสะสางงานอีก ไม่มีเวลาว่างนั่งเขียน Blog เหมือนก่อนหน้านั้น

ตอนนี้กลับมาเมืองไทย อะไรอะไรก็เริ่มจะเข้าที่ แต่ไม่กี่วันก่อน ไอ้เซิรฟ์เวอร์ที่ญี่ปุ่นก็ดัน Crash ข้อมูลยังขนกลับมาไม่หมดเลย รูปประกอบบน Blog นี้ก็ยังอยู่ในนั้น ความจริงมันเป็น​ RAID5 คิดว่าเปลี่ยนดิสก์ตัวที่เสียแล้วจะฟื้นกลับมา แต่ปรากฏว่ามันเปลี่ยนแล้ว Repair ล้มเหลว ดูเหมือนจะมีดิสก์เจ๊งไปสองตัว

นั่งนึกๆดู ดิสก์มันอาจจะเจ๊งไปตัวนึงตั้งนานแล้ว ไม่กี่วันก่อนนี่ตัวที่สองเจ๊งทำงานไม่ได้ก็เลยเพิ่งรู้ตัว พอดีมันเป็น Hardware RAID และก็ไม่มี Daemon บน ​Linux ที่จะคอยตรวจสอบและรายงานข้อผิดพลาดให้รู้ มีแค่ Driver ให้มองเห็นเป็น sda

สรุปว่า ใช้ RAID5 ที่เป็นไบ้ก็เทียบเท่ากับไม่ได้ใช้ RAID อะไร!! เพราะกว่าจะรู้ตัวมันก็สายเกินเยียวยา

ต่อไปนี้ใช้แต่ Software RAID + mdadm ให้ส่งเมล์เตือนอะไรที่ไม่ปกติมาให้รู้ดีกว่า

ไอ้ข้อมูลที่หายไปก็คงต้องทำใจ บางอันก็มี Backup (ที่เก่าหน่อย) บางอันก็คงหายไปถาวร และก็คงไม่รู้ว่ามีอะไรหายไปบ้างเพราะจำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง อาจารย์บอกจะลองติดต่อบริษัทกู้ข้อมูลดู ถ้าเขาคิดไม่เกินล้าน(เยน)ก็อาจจะยอมจ่าย

น่าตกใจ

ข่าวที่น่าตกใจก็คงไม่มีอะไรเกินปัญหาที่เกิดจากเอา OCR ไปตรวจข้อสอบ A/O-Net ไม่รู้พวกกรรมการเขาเอาอะไรมาคิด เคยใช้ ​OCR กันบ้างหรือเปล่า ของพวกนี้เป็นที่ยอมรับกันดีว่าความถูกต้องให้เก่งยังไงก็อยู่แค่ 98-99% สำหรับตัวพิมพ์ (ยกเว้นเมื่อเจาะจงฟอนต์เหมือนพวกเช็คธนาคาร) นี่เอามาใช้กับลายมือเขียน ก็ยิ่งจะผิดพลาดมากขึ้นอีก

เอามาเทียบกับจำนวนนักเรียนหลายแสน ก็ต้องมีผิดเป็นหลักพันหรือหมื่น

นั่งดูทีวีเขาก็ยอมให้เด็กที่สงสัยว่าทำไมคะแนนต่ำไปขอดูภาพของกระดาษคำตอบตัวเองได้ แต่สงสัยว่าแล้วเด็กที่ได้คะแนนสูงเกินจริงละ จะรู้ได้ไงว่าตรวจผิด จะแน่ใจได้อย่างไรว่ายุติธรรม ไม่มีทางเลย

แค่ข้อสอบปรนัย ยังตรวจเครื่องหมาย Y, ขีด ฯลฯ ไม่เจอ (ตรวจเจอแต่ X) น่าตกใจมากขึ้นเมื่อได้ยินว่าเอา OCR ไปตรวจอัตนัยด้วย!!! เลข 3 กับ 8 ก็ผิดมั่วไปหมด พอได้ข้อมูลจาก OCR มาก็มีวิธีให้คะแนนแปลกๆอีก ถ้าคั่นระหว่างคำด้วย , ได้คะแนน ถ้าใช้ช่องว่าง ไม่ได้คะแนน

น่าทึ่ง เขากำลังเล่นอะไรกับอนาคตของเด็ก

ส่วนตัวแล้วคิดว่า Admission นี่มันน่าจะเลิกๆไปเหอะ กลับไปเอนทรานซ์แบบเดิมจะดีกว่า วัตถุประสงค์ของการสอบคัดเลือกก็คือคัดเลือกเด็กเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัย จะมาอ้างว่าต้องเปลี่ยนเป็น Admission เพื่อให้เด็กสนใจเรียนในห้องม.ปลายมากขึ้น มันคนละเรื่อง มันไม่ตรงวัตถุประสงค์ มันแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทำไมไม่ทำให้ห้องเรียน ม.ปลายน่าเรียนมากขึ้น หรือสอนให้ดีขึ้น ละ?

4 comments:

Sikachu! said...

เรื่อง admission ขออนุญาตอ้างอิงถึง entry ของพี่ฮุ้ยนะครับ
คิดคล้ายๆ กับผมเลยครับ ..

http://sikachu.blogspot.com/2006/04/admission.html

polawat phetra said...

ฮุ้ย ได้อ่านมติชน ฉบับวันที่ 23 เมษายน แล้วหรือยังครับ
ทืมงานที่ทำ ocr เขาเขียนชี้แจง
(ซื่งช่วยตอบข้อสงสัยผมได้หน่อย
ตรงที่ว่า ผมอยากรู้ว่าใครเป็นคนทำ หรือผลักดัน)

Hui/ฮุ้ย said...

ไปค้นหาข่าวในมติชน คิดว่าคงเป็นอันนี้

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu01230449&day=2006/04/23

เดี๋ยวจะไปอ่านดูครับ

วันก่อน Ruby-on-Rails เห็นแล้วทึ่ง
รู้สึกว่าตัวเองชักห่างเหินเทคโนโลยีทำเว็บสมัยใหม่ไปแล้ว

nontster said...

http://www.blognone.com/node/2245