Thursday, April 28, 2005

ศาลาไทยงาน Expo

ไม่กี่วันก่อนไปแวบๆงาน Expo มาเหมือนกัน ได้ถ่ายรูปศาลาไทย ที่กำลังเป็นข่าวมานิดหน่อย

ได้ยินข่าวลือมาตั้งแต่ก่อนเริ่มงานแล้วศาลาไทยจัดได้ไม่ค่อยดีนัก จำได้ว่าวันสองวันก่อนเริ่ม Expo จะมีข่าวเกี่ยวกับงานนี้ในทีวีค่อนข้างเยอะ มีอยู่วันหนึ่ง NHK จัดให้แต่ละประเทศมาออกทีวีแนะนำว่าบูธตัวเองมีอะไร นั่งดูอยู่ตั้งนาน เขมร ลาว อาฟริกา มาหมดแล้ว ไม่เห็นมีตัวแทนจากบูธไทย สงสัยยังวุ่นวายกับการจัดบูธ ไม่มีตัวแทนจะมาออกทีวี


ตัวอาคารศาลาไทย ค่อนข้างจะใหญ่มาก เมื่อเทียบกับของประเทศอื่นๆ ใหญ่พอๆกับของสิงคโปร์/ออสเตรเลียเลยมั้ง เดินเข้าไปบริเวณทางเข้าจะเป็นที่โล่งมืดกว้างๆ ไม่แสดงอะไร มีจอใหญ่ๆ เหมือนจะฉายภาพอะไรอยู่ แต่เครื่องฉายภาพคงแรงไม่พอหรือหลอดไฟเสีย ภาพค่อนข้างจะเลือนลาง ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปอะไรมา

ส่วนที่แสดงจะจัดเป็นทางเดินรูปตัว U ส่วนมากจะเป็นภาพโปสเตอร์กับจอทีวี(LCD) วางไว้เฉยๆ จัดไฟให้มืดๆ ไม่มีอะไรน่าดึงดูดเท่าไร ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปมา


เมื่อเข้าใกล้ก้นตัว U จะเจอบริเวณแสดงสมุนไพรไทย เป็นลิ้นชักให้เปิดดูได้


ก้นตัว U พอดีจะแสดงเรือสุพรรณหงส์จำลอง


บริเวณทางเดินออกก็ฉายหนัง


และแสดงโปสเตอร์ความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่น

ดีหน่อยที่คนน้อย เดินสบาย ไม่ต้องต่อคิว

ประเทศอื่น


กัมพูชา: มีการสาธิตจริง


กัมพูชา: เอาของจริงมาแสดงด้วย


ญี่ปุ่น: อันนี้ยอดนิยม ต่อแถวกัน 100 กว่านาที


มาเลเซีย: ไม่ได้เข้าไป ขนาดเล็กกว่าไทยนิดหน่อยแต่ก็ดูดีกว่า


สิงคโปร์: ขนาดอาคารเท่าของไทยเลย ตบแต่งดีกว่า คนต่อแถวเยอะมาก

Wednesday, April 27, 2005

ตัดคำไทยด้วย MS-Word Macro

เมื่อวานคุยกับคนญี่ปุ่นเรื่องตัดคำไทย เขาสงสัยว่า MS-Word ใช้อะไรตัดคำ ทีแรกก็คิดว่าโปรแกรมบน Windows ทั้งหลาย ตัดคำไทยโดยใช้ Uniscribe

แต่เท่าที่เขาทดลอง ดูเหมือน MS-Word จะตัดคำแตกต่างจากโปรแกรมอื่นๆ เช่น IE หรือ Wordpad เช่นคำว่า "ระบบปฏิบัติการ" หากแกล้งให้ตัดคำด้วย IE/Wordpad/Uniscribe จะได้ผลเป็น

คือ ถูกตัดออกเป็นสามส่วน "ระบบ", "ปฏิบัติ", "การ" แต่ใน MS-Word คำนี้จะถือเป็นคำๆเดียว ไม่มีการตัด คือ

จะทดสอบง่ายๆโดยเปิดโปรแกรม พิมพ์คำว่า "ระบบปฏิบัติการ" หลายๆตัว แล้วกด Ctrl+→ ข้ามคำดูก็ได้

ลองเขียนโปรแกรม Macro ใน MS-Word ให้ใส่เครื่องหมาย "-" ระหว่างคำดู

Sub cutThai()
'
' cutThai Macro
' Macro created 2005/04/27 by vuthi
'
Dim word As Range
For Each word In ActiveDocument.Words
    word.InsertBefore ("-")
Next
End Sub
รันแล้วได้ผลแบบนี้

เห็นได้ว่า MS-Word ถือว่า "ระบบปฏิบัติการ" เป็นคำๆเดียว ในโปรแกรม Macro ถ้าใช้ InsertAfter แทน InsertBefore มันจะวนลูปไม่จบ เพราะถือว่า "-" ที่เพิ่งใส่เพิ่มเข้าไปเป็นคำถัดไป ทำให้เพิ่ม "-" ต่อท้าย "-" ไปเรื่อยๆไม่จบสิ้น

ตกลง MS-Word มันใช้อะไรตัดหว่า อาจจะถูกพัฒนาต่างหากจากการตัดคำของ Windows (Uniscribe) หรือไม่ก็มีดิกต่างหากของตัวเอง

รวมเรื่องตัดคำบน Blog นี้

‘บูธศาลาไทย’เริ่มโชยกลิ่น

จากข่าว

‘บูธศาลาไทย’เริ่มโชยกลิ่น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 26 เม.ย. แหล่งข่าวคนหนึ่งในกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวโดยตรง เปิดเผยว่าโครงการดังกล่าวมีความไม่ชอบมาพากล ตั้งแต่แรก เพราะเดิมทีโครงการนี้ระบุในทีโออาร์ (ระเบียบในการจัดซื้อจัดจ้าง) ว่ามีงบประมาณ 150 ล้านบาท เมื่อถึงขั้นตอนการประกวดราคาจ้างและยื่นซองเสนอราคา ปรากฏว่ามีเอกชนเสนอตัวเข้ามาเพียง 2 รายเท่านั้น คือ บริษัทเจเอสแอล กับบริษัทปิโก้ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

โดยวันยื่นซองประกวดฯ ทางเจเอสแอลเสนอราคาที่ 250 ล้านบาท (เกินจากทีโออาร์ 100 ล้าน) บริษัทปิโก้เสนอราคาที่ 148 ล้านบาท ซึ่งในวันนั้นเจเอสแอลยังไม่พร้อมส่งแบบให้กับคณะกรรมการประกวดราคา แต่กลับผ่านขั้นตอนการตรวจหลักฐาน ส่วนบริษัทปิโก้ถูกปรับให้ตก ทางด้านเทคนิค บริษัทปิโก้จึงทำหนังสืออุทธรณ์ผลการพิจารณาที่ถูกปรับตกเทคนิค เพื่อขอทราบเหตุผลจากคณะกรรมการประกวดราคาฯ

และข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลาไทยในเอ็กซ์โป
บูธศาลาไทยในงานเอ็กซ์โปไอจิส่อแววไม่โปร่งใสตั้งแต่ประมูล

Pantip ก็มีคนมาแสดงความเห็นเยอะเหมือนกัน

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P3431064/P3431064.html

ข่าวทุจริตเครื่องตรวจจับระเบิดสนามบิน

เป็นข่าวขึ้นมาก็เพราะเอกสารของ SEC สหรัฐ

http://www.sec.gov/litigation/admin/34-51199.htm

เขียนไว้ในข้อ 12 ใต้หัวข้อ Thailand ว่า

12. From at least January 2003 through April 2004, in communications with the responsible Regional Sales Manager and the Senior Executive, the distributor indicated that it had offered to make gifts or payments to officials with influence over the airport corporation. Based on the information provided to the Regional Sales Manager and the Senior Executive, InVision was aware of a high probability that the distributor intended to fund any such gifts or offers out of the difference between the price the distributor paid InVision to acquire the machines and the price for which the distributor was able to resell them. Despite this awareness, InVision authorized the distributor to continue to pursue the transaction.

โดยในข้อ 13 บอกว่าราคาขายไปประมาณ 35.8 ล้านเหรียญ หรือพันกว่าล้านบาท แต่ก็มีข่าวว่าจัดซื้อกันที่ 4,300 ล้านบาท โดย รมว.สุริยะ แก้ตัวว่าต้องจ่ายค่าติดตั้งสายพานลำเลียง 22 กิโลเมตรเพิ่มเติมอีก 2,800 ล้านบาท (คิดเฉลี่ยเมตรละแสนกว่าบาท)

"สุริยะ"ระบุไม่พบเจ้าหน้าที่ทุจริตในการจัดซื้อเครื่องตรวจจับระเบิด
"สุริยะ"แจงการจัดซื้อเครื่องเอกซเรย์ที่สูงกว่าทุน 2,800 ล้านบาท

คำว่า ค่าติดตั้ง (วงเงิน 2,800 ล้านบาท) นี่รวมค่าตัวสายพานด้วยหรือเปล่า ? หรือว่าเฉพาะค่าแรงในการติดตั้ง

Tuesday, April 26, 2005

พรุ่งนี้วันเกิด Hui's BLOG

รู้สึกว่าเขียน BLOG มาไม่ทันไร ดูวันที่อีกที อ้าวครบปีซะแล้ว สมัครเป็นสมาชิก Blogger พรุ่งนี้ของปีที่แล้วพอดี ความจริง BLOG นี้ระยะเริ่มแรกไม่ค่อยได้เขียนเท่าไร สมัครเอาไว้เผื่อจะได้ GMail มาใช้กะเขาบ้าง เริ่มเขียนจริงๆจังๆ ก็โน่นสามเดือนให้หลัง ประมาณเดือนเจ็ด

เปิด สารบัญ ดู ถึงตอนนี้มีอยู่ประมาณ 304 เรื่องพอดี ความจริงที่เปิดดูได้โดยนั่งคลิกจาก Archive ใน BlogSpot คงไม่ถึง 304 หรอก เพราะบางเรื่องถูกลบออกจากฐานข้อมูลของ blogger.com ไปแล้ว ทำให้หน้า Index/Archive บน blogspot.com ที่ถูก Publish หลังจากนั้น ไม่มี Link ไปที่เรื่องนี้ (blogger.com กับ blogspot.com มันคนละที่กัน)

แต่พอดีไฟล์ HTML ที่ Publish ไปไว้บน blogspot.com แล้ว เขาไม่ลบออกไปด้วย ก็เลยยังเปิดดูโดยระบุ URL โดยตรงได้ (แต่เข้าไปเขียน Comment ไม่ได้แล้วเพราะ postID นี้ไม่อยู่ในฐานข้อมูลแล้ว) ยังสงสัยอยู่ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง เพราะปกติถ้าเราลบเอง มันจะลบออกจาก blogspot.com ให้ด้วย

เป็นไปได้ว่าเรื่องนี้ถูกลบโดยการแฮก หรือถูกจัดการโดยระบบ Filter ฯลฯ ของ blogger.com เอง จำได้ว่าลองโพสท์ใหม่อีก 2 ครั้ง แต่รอสักพัก (5-15 นาที) ก็หายไปเองเหมือนกันแบบนี้ทุกครั้ง ไม่น่าจะเป็นปัญหาทางเทคนิค เพราะช่วงนั้นทดลองเขียนเรื่องอื่นเหมือนกัน ไม่ยักหาย

เรื่องมันอาจจะไปแทงใจดำสาวกบางคน เดือดร้อนไปแฮกหรือแจ้งให้ blogger.com ลบ (หรือ ฯลฯ หลากหลายทฤษฏี) เมล์ถามเขาไปว่าทำไมหาย ก็ได้รับคำตอบว่ากู้กลับคืนมาให้ไม่ได้ (ตอบไม่ตรงคำถาม) แต่ก็ช่างมันเถอะ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปเสียเวลาด้วยมากมาย บนสารบัญก็ยังมีอยู่

ไหนๆครบปีก็เอามาจดไว้หน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นบน Blog นี้บ้าง

Diary กับ Blog

วันนี้เดินผ่านแผงขายหนังสือแถวสถานี 新宿 (Shinjuku) ตั้งใจจะไปหาหนังสือที่วันก่อนออกทีวีว่ากำลังขายดี ชื่อ "頭がいい人、悪い人の話し方" (แปลตรงๆ→วิธีพูดของคนหัวดี,หัวไม่ดี) กำลังจะซื้อแล้วเหลือบไปเห็นหนังสืออีกเล่ม ชื่อ "3分間日記" (แปลตรงๆ→ไดอะรี่สามนาที) เห็นน่าสนใจก็เลยซื้อกลับมาด้วยกัน

เขาบอกว่า ให้ฝึกเขียนไดอะรี่วันละสามนาที "ชีวิตจะประสบความสำเร็จและมีความสุข" โดยเล่าจากประสบการณ์ที่ได้ให้คำปรึกษาในการเขียนไดอะรี่มากว่า 1000 คน การเขียนไดอะรี่มีข้อดีหลายประการ เช่น ได้มีโอกาศศึกษาและเข้าใจตนเอง เมื่อเข้าใจตนเองโดยแท้จริงแล้วจึงจะสามารถปรับปรุงตัวเองได้ หลายคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ายังไม่เข้าใจว่าตัวเองดี ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรหรือต้องการอะไร เมื่อไม่รู้เป้าหมายที่แท้จริงก็ไม่มีวันไปถึงเป้าหมาย ทำไมหลายคนประสบความสำเร็จในการงานแต่ชีวิตยังไม่มีความสุข ฯลฯ

ยกตัวอย่างเราอยากสร้างรถไฟฟ้าที่วิ่งเร็วขึ้น เราก็อาจเริ่มจากการศึกษาทฤษฏีมอเตอร์ แรงต้านอากาศ และปัญหาของรถไฟปัจจุบัน ฯลฯ ที่คนอื่นเขียนเอาไว้ บวกกับทดลองเองเพิ่มเติม แล้วจึงจะเริ่มแก้ไขปรับปรุงได้ แต่การแก้ไขปรับปรุงตัวเอง คงไม่มีใครศึกษาและเขียนสรุปเรื่องของเราเอาไว้ นอกจากตัวเองจะเขียนบันทึกเอาไว้เอง

มีบทหนึ่งพูดถึงเรื่อง BLOG เหมือนกัน ว่าเป็นไดอะรี่เปิด เจ้าตัวจะรู้ว่าชาวบ้านมาอ่านได้ การเขียนจะระวังกว่าการเขียนไดอะรี่ธรรมดา แต่ก็มีข้อดีต่างกับการเขียนไดอะรี่ จะให้ดีก็เขียนทั้งสองอย่าง

เอาเป็นว่าเขียนได้น่าสนใจ จะลองอ่านดู

Collected Advice on Research and Writing

Collected Advice on Research and Writing

เขาบอกว่าสำหรับ computer scientists โดยเฉพาะ

Friday, April 22, 2005

เปลี่ยน HD ให้ TabletPC

สองสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้มีเวลาเขียน BLOG เท่าไร ช่วงต่อของปีมีงานเยอะ (ปีทำงานญี่ปุ่น หมดปลายเดือนสาม เริ่มต้นเดือนสี่) และก็พอดีมีญาติมาเยี่ยมถึงสองรายซ้อน ทำงานให้ทันกับพาญาติเที่ยวก็หมดเวลาแล้ว

เมื่อวานไป 秋葉原 (Akihabara) นักท่องเที่ยวบอกว่าอยากกินราเมง นึกได้ว่าที่นั่นมีร้านราเมงที่มีชื่อเสียง (Best of Tokyo) ชื่อ Kyushu Jangara ร้านนี้ไปถึงทีไรก็ต่อแถวประจำ โชคดีที่เป็นวันธรรมดา ก็เลยต่อไม่นานนัก ประมาณ 15-20 นาที :)

กินเสร็จก็แวะเข้า TWOTOP ร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ฝั่งตรงข้าม ทีแรกไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไร จะมาอัพเดทเฉยๆ แต่ก็ได้เสียเงินหิ้ว HardDisk 2.5" TOSHIBA 80GB กลับมาตัวนึง ตั้งใจจะเอาไปเปลี่ยนให้เครื่อง Tablet PC ที่ 40GB เต็มแล้วเต็มอีก จนต้องลบข้อมูลที่ไม่ค่อยใช้ออกไปเยอะ และก็เสียงเริ่มดัง+ช้า

ไหนๆเครื่องก็เป็น TOSHIBA ก็เลยดูเฉพาะ HD ของ TOSHIBA จะได้มีปัญหาน้อยหน่อย(ถ้ามี) ก็เห็นมีสองตระกูลในร้านคือ ตระกูล 4200 RPM, cache 8MB (เลขรุ่นลงท้ายด้วย GAS) กับตระกูล 5200RPM, cache 16MB (ลงท้ายด้วย GAX) เลือกเอา 80GB ของตระกูล GAX มา แพงกว่า GAS นิดหน่อย

คิดว่าซื้อรุ่นค่อนข้างเร็วแล้ว กลับมาเปิดของเก่าดู อ้าว 40GB ตัวเดิมก็ GAX เหมือนกันนี่หว่า 5200RPM, 16MB และสเปกอื่นๆเกือบเหมือนกันเด๊ะ กินไฟยังเท่ากันเลย (ทีแรกห่วงว่าแบตจะหมดเร็วขึ้น) ต่างกันแค่ความจุกับความเร็วในการส่งข้อมูล อย่างน้อยก็คงเร็วขึ้นหน่อยแหละ เพราะหมุนรอบนึงเท่ากันหัวอ่านผ่านข้อมูลปริมาณมากกว่า (ข้อมูลหนาแน่นกว่า)

เปลี่ยนดิสก์และย้ายข้อมูลเสร็จ (หลายชั่วโมง) ใช้ HDBENCH วัดดู พบว่าเร็วขึ้นหน่อยนึง

ของเดิม 40GB

ของใหม่ 80GB

ทีแรกว่าจะลงระบบใหม่หมด แต่คิดไปคิดมาเสียเวลามากไป ตกลงเอา HD ตัวใหม่ต่อเข้าช่อง USB2 ผ่าน IDE-2-USB Cable แล้วใช้ PQMagic ก็อปปี้ Partition ไป HD ตัวใหม่แล้ว Resize เอาดื้อๆ ง่ายกว่ากันเยอะ

ไม่รู้ทำไม ไป Akiba ทีไรต้องมีเรื่องเสียตังค์ทุกที

Wednesday, April 20, 2005

Windows XP 64bit มาแล้ว

เห็นข่าวว่าจะวางจำหน่ายวันเสาร์ที่ 23 นี้ แซงหน้า Tiger อีกแฮะ :)

เดี๋ยวรอดูใน TV อาจมีคนไปต่อคิวซื้ออีก

ตอนนี้คงยังไม่จำเป็น ไม่มีเครื่องว่างๆจะลง เอามาลงก็กลัวจะเจอปัญหากับ Driver ของอุปกรณ์แปลกๆอีก

Wednesday, April 13, 2005

Tiger is coming April 29

Apple ประกาศแล้วว่า Tiger (Mac OS X 10.4) จะวางตลาด 29 เดือนนี้

แปลว่า PowerMac ใหม่ ก็ต้องหลังจากนี้สิ จะได้ติดตั้ง Tiger มาด้วยเลย

Monday, April 11, 2005

RAM มากเกินไปมีปัญหากับ JBuilder 2005

สัปดาห์ก่อนเขาเอา JBuilder 2005 Enterprise (Academic) มาส่ง วันนี้ลองติดตั้งดูบนเครื่อง DELL (P4-650-3.4, 2GB) หลังจาก setup เสร็จเรียบร้อย ก็ไปที่ Start Menu เลือก "Borland JBuilder 2005 Enterprise"

เหมือนมี Splash Screen โผล่มาวูบเดียว แล้วก็หายไป ไม่มีหน้าจอ JBuilder ขึ้นมา ! สงสัยว่ายังไม่ได้ป้อนรหัส แต่ถ้าใช่มันก็น่าจะถามรหัสนา ไม่ใช่โผล่มาแวบๆแล้วหายไปเฉยๆ

ลองหาโปรแกรมอื่นๆดู ไปเจอ "Licensing Information" ตัวนี้เปิดขึ้นมาแล้วมีหน้าจอให้ป้อนรหัส และก็ไป Activate กับเว็บของ Borland เองเรียบร้อย กลับมาเปิด "Borland JBuilder 2005 Enterprise" อีกครั้ง

อาการเดิมเลย มี Splash Screen โผล่มาวูบเดียวไม่ทันเห็นว่าอะไรเป็นอะไร แล้วก็หายไป

เปิดหา README, Trouble Shooting, ฯลฯ อ่านดู ก็ไม่เจออะไร พูดถึงเรื่องปัญหาของ Video Card ซะมากกว่า ลองดูคู่มือก็ไม่มีอะไรให้มา โปรแกรมสมัยนี้งกแฮะ ให้แค่ OnLine Docs มีแค่เศษกระดาษแนะนำว่า CD แต่ละแผ่นคืออะไร บางนิดเดียว

ลองเปิด Shortcut ของ "Borland JBuilder 2005 Enterprise" ขึ้นมาดู เห็นว่าไปเรียกโปรแกรม C:\Borland\JBuilder2005\bin\JBuilderW.exe ก็เลยใช้ Command Prompt เข้าไปที่โฟลเดอร์นั้นแล้วเรียกด้วยมือ มันก็อาการเดิมๆ ไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม

นึกได้ว่าโปรแกรม Java ของ Borland จะมี .exe ที่ไม่มี W มาให้คู่กัน คือ JBuilder.exe ลองเรียกตัวนี้แทน เจอสาเหตุแล้ว มันบอกว่า

C:\Borland\JBuilder2005\bin>jbuilder
Error occurred during initialization of VM
Could not reserve enough space for object heap
งงเล็กน้อย ก็โห เครื่องนี้มี RAM 2GB นะ ยังไม่พออีกเหรอ เอาข้อความนี้ไปถาม Google ได้รับคำตอบว่า ให้ไปแก้ jbuilder.config ตรงบรรทัด
vmmemmin 32m
vmmemmax 75%
เป็น
vmparam -Xms32m
vmparam -Xmx256m
ดูๆแล้วเป็นการกำหนดปริมาณ Heap ที่ให้ Java VM ใช้นี่หว่า สงสัยปัญหาของเครื่องนี้คือ 75% ของ 2GB มันมากไป Java VM ไม่ยอมให้ใช้ ค่าที่เขาแนะนำคือ 32-256M มันก็น้อยไป ลองเปลี่ยนเป็น 25% คือ
vmmemmin 32m
vmmemmax 25%
ดูก็แล้วกัน เรียก "Borland JBuilder 2005 Enterprise" ดูอีกที เปิดใช้ได้แล้ว :)

งี้ก็มีด้วย RAM มากไปก็เป็นปัญหาเหมือนกัน Borland ไม่เคยลองติดตั้ง JBuilder 2005 บนเครื่องที่มี RAM >= 2GB หรือไงหว่า ต้องมาแก้ config ด้วยมือเองด้วย

Friday, April 01, 2005

Thailand Elite ยังไม่เลิก

คิดว่าจะเลิกไปแล้วซะอีก โครงการ Thailand Elite บ้าบอนี่ เมื่อวานไปเจอโฆษณา พิมพ์มาบนซองใส่วารสาร TIME ทั้งด้านหน้าและหลัง

ด้านหลัง

ด้านหน้า

เหมือนโฆษณาขายพรมยังไงไม่รู้