Friday, August 19, 2005

Battery Calibration จากงานแปล

งานแปล

ปกติอีกงานที่ทำมาตั้งแต่ยังเรียนอยู่เกือบสิบปีแล้ว และไม่ค่อยจะเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เลย ก็คืองานแปลเอกสารเทคนิค ส่วนมากจะเป็นคู่มือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆที่ญี่ปุ่นเอาไปขายเมืองไทย เช่น แอร์ เครื่องซักผ้า กล้องจุลทรรศน์ โทรศัพท์ โปรเจคเตอร์ กล้องดิจิตอล ฯลฯ แต่บอกไม่ได้ว่ายี่ห้อไหนรุ่นไหนบ้าง เดี๋ยวคนใช้อ่านไม่รู้เรื่องแล้วโดนด่า :)

งานพวกนี้ไม่แน่นอน บางช่วงก็มาเรื่อยๆ บางทีก็หายไปหลายๆเดือนไม่มีมาเลย

อ่านเจอในคู่มือกล้องว่า ถ้าหากตัวเลขแสดงเวลาการใช้งานที่เหลืออยู่ของแบตเตอรี่ บอกไว้แตกต่างจากความเป็นจริงมาก เช่น บอกว่าเหลือ 60 นาที แต่ใช้ไป 20 นาทีก็หมด หรือในทางกลับกันบอกว่าเหลือ 2 นาที แต่ใช้ได้ 10 กว่านาที ฯลฯ ซึ่งปกติค่าพวกนี้จะผิดพลาดบ้างอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับการใช้งาน เช่นใช้ซูมหรือแฟลชมากหรือน้อย

ในกรณีที่ค่าต่างไปมากๆ เขาให้ทำการปรับเทียบระบบวัดแบตเตอรี่ โดย

  • ผลาญแบตเตอรี่ให้หมด (เช่น เปิดแสดงสไดล์โชว์ค้างไว้จนมันดับไปเอง)
  • ชาร์จใหม่ให้เต็ม
แต่อย่าทำบ่อย แบตเตอรี่จะเสื่อมได้

Notebook ก็มี

ไปเจอในเครื่อง Notebook ที่หามาใหม่ (Panasonic Y4) ว่า มีวิธีการนี้เหมือนกัน แถม BIOS มีระบบผลาญแบตให้ด้วย ในคู่มือบอกว่าก่อนใช้งานครั้งแรกให้เรียกโปรแกรมนี้สักหนึ่งครั้ง พอเรียกปุ้บ (จากใน Windows) โปรแกรมมันก็รีบูทเครื่อง แล้วในหน้าจอ BIOS ก็จะมีแบบนี้โผล่ขึ้นมา

BIOS จะตั้งจอที่สว่างสุดๆ และโหลด CPU จนเครื่องร้อนฉี่ คือ ผลาญจนแบตหมดแล้วปิดตัวเองปล่อยให้ชาร์จใหม่ อยากรู้ว่าผลาญสุดๆแบบนี้จะเล่นได้กี่นาที ก็เลยตั้งกล้องไว้หน้าจอเครื่อง ให้ถ่ายรูปเองทุกๆนาที แล้วขึ้นไปนอน

ตื่นเช้าเปิดรูปออกมาดู พบว่าหมดเกลี้่ยงเมื่อเวลาผ่านไปสามชั่วโมงกว่าเกือบๆสี่ชั่วโมง แปลว่าถ้าเริ่มจากแบตเต็มๆก็น่าจะเล่นโหลดหนักๆแบบสว่างธรรมดาๆได้สัก สี่ชม.กว่า ไม่เลวเหมือนกันแฮะ (น่าจะเรียกว่าไม่ผิดหวัง เพราะที่เลือกรุ่นนี้ส่วนหนึ่งเพราะแบตเตอรี่แหละ)

ที่โฆษณาไว้ในสเปกของเครื่องนี้คือ 7 ชม. วัดตามมาตรฐาน JEITA ที่บอกว่า ให้เอาระยะเวลาสองอันข้างล่างนี้มาเฉลี่ย

  1. เปิดเล่นวิดีโอ MPEG ไปเรื่อยๆจาก HD ที่ระดับความสว่างหน้าจออย่างน้อย 20cd ปิดเสียงเบาสุด จนแบตหมด
  2. เปิดเครื่องทิ้งไว้เฉยๆ หน้าจอมืดสุด (แต่ห้ามดับ) HD ดับได้ จนแบตหมด
Notebook ที่ขายในญี่ปุ่นส่วนมากตอนนี้ก็แสดงเวลาแบตเตอรี่ตามมาตรฐานนี้กันหมด

ปล. กล้องหลายรุ่นมีเมนูบนหน้าจอเป็นภาษาไทยแล้วด้วย

4 comments:

lulu said...

น่าจะเรียกว่า Battery meter calibration มากกว่านะครับ เพราะเป็นการ calibrate ตัว sensor ให้มันวัดไฟของ batt (ที่สมรรถภาพเสื่อมถอยไปตามเวลา) นอกจากนั้น การที่ batt บอกเต็ม 100% ของตอนที่ใช้ ๆ ไป กับตอนที่ซื้อมาตอนแรกก็คงไม่เท่ากัน

อ้อ พี่นัส(วนัสนัน)ไปเรียนต่อที่อเมริกาแล้วนะครับ

Paween said...

ทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่นหรือครับ

คิดว่าจะกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยไหมครับ หรือว่าคิดจะอยู่ที่นั่นเลย

dogdoy said...

โห มีแบบนี้ด้วย แปลกดีครับ
ไม่ทราบใช้กล้องอะไรถ่ายรูปไว้เป็นเวลาแบบนี้ครับ เจ๋งจัง

Hui/ฮุ้ย said...

1) เขาคงไม่อยากใส่ Meter เพราะบางทีเขาก็เรียก Counter มั้งครับ หรือไม่ก็ระบบภายในมันวัดกระแสที่ไหลผ่าน ฯลฯ ซับซ้อนเกินกว่าที่จะเรียก Meter ธรรมดา

2) อีกไม่นานก็กลับแล้วครับ โดนเรียกให้กลับอยู่ทุกวี่วัน

3) กล้อง WebCam ธรรมดาๆต่ออยู่กับโน้ตบุ้กอีกเครื่อง แล้วใช้โปรแกรมตั้งเวลาถ่ายเอาครับ