Wednesday, July 27, 2005

วิธีการทิ้งขวด PET ที่ถูกต้อง

เคยถ่ายรูปไว้นานแล้ว ไม่รู้หายไปไหน วันก่อนไปทำงานต่างจังหวัด อารมณ์ดีขึ้นมาก็เลยถ่ายอีกหน เป็นรูปเกี่ยวกับการทิ้งขวดน้ำพลาสติก หรือที่เรียกกันว่าขวด​ PET (POLY ETHYLENE TEREPHTHALATE) เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่า คนญี่ปุ่นเขาค่อนข้างจะพิถีพิถันเรื่องการทิ้งขยะ

  1. เริ่มจากขวด PET ที่ดื่มน้ำ(หรือว่าเททิ้ง)หมดแล้ว

  2. ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าตรงฉลากพลาสติก จะมีรอยปรุอยู่ ให้ฉีกฉลากออกตามรอย

  3. แล้วก็ถอดฝาจุกออก แยกเป็นสามส่วน คือ ขวด ฉลาก และก็จุก

  4. ฉลากกับจุกทิ้งรวมกับขยะพลาสติกเผาไม่ได้ทั่วไป

  5. ส่วนตัวขวด PET ทิ้งแยกต่างหาก ทั้งถังมีแต่ขวด PET ใสๆ คนแถวนี้เขาขยันแกะฉลากออกก่อนทิ้งกันทุกคน

อีกตัวอย่างที่น่าสนใจก็มีกล่องนมกระดาษ สี่เหลี่ยมๆพวก Tetra Pak กินนมหมดแล้วก็ต้องล้างน้ำให้สะอาด แล้วตัดออกคลี่เป็นแผ่นๆ มัดรวมกันเหมือนกองหนังสือพิมพ์ก่อนเอาไปทิ้ง อันนี้ยังมีทำบ้างไม่ทำบ้าง แต่ก็เห็นแม่บ้านญี่ปุ่นขยันทำกันเยอะ

นั่งนึกดู ตอนนี้ที่ทำงานมีถังขยะแยกอยู่หลายชนิดมาก คือ

  1. ขยะเผาได้
  2. เผาไม่ได้
  3. กระดาษเอกสาร พวก​ A4
  4. วารสารพิมพ์มีสี
  5. การ์ตูนกระดาษห่วยๆเหมือนหนังสือพิมพ์
  6. กระป๋องโลหะ
  7. ขวดแก้ว
  8. ขวด​ PET
  9. กระดาษลัง (กล่องคอมพิวเตอร์ ฯลฯ)
  10. โฟม
  11. โลหะ แบตเตอรี่​ ฯลฯ
บางอย่างก็อยู่มุมตึก บางอย่างก็อยู่หน้าลิฟท์ ทิ้งแต่ละทีเดินไปเดินมารอบชั้นเลย

ยังดีที่เขาทำถังไว้ให้ทิ้งเมื่อไรก็ได้ แถวบ้านรถขยะจะมาเก็บแยกชนิดในแต่ละวันของสัปดาห์ คือ จันทร์-พุธ-ศุกร์ ทิ้งขยะเผาได้ อังคาร ขยะเผาไม่ได้ หนังสือพิมพ์ ขวด ต้องวันพฤหัส โลหะ จานชาม ต้องวันเสาร์ วันอาทิตย์เขาหยุดหนึ่งวัน

บ่อยมากที่ถังขยะพลาสติกเต็มแล้วลืมทิ้ง ต้องรอไปอีกหนึ่งสัปดาห์ !! เอาไปทิ้งๆไว้ริมถนนไม่ได้

4 comments:

bact' said...

เยี่ยมเลย

fat dog father said...

แถวบ้านก็ต้องทิ้งขยะกระดาษวันอังคาร

บางบ้างแยกขยะเจ็ดชนิด กระดาษที่เปรอะของกินก็ต้องทำ
ความสะอาดก่อนถึงจะทิ้งแยกกระดาษ

ที่บ้านผมแยก 6 ชนิด ขยะทั่วไป ขยะ Bio ขยะรีไซเคิล
ขวดขาว ขวดสี (พวกขวดเนี่ยต้องเก็บรวมๆ ไปทิ้งตามตู้ใกล้
บ้าน เดือนละครั้ง) กระดาษ ส่วนขวด PET เอาไปแลกคืนยี่สิบห้าเซ็นต์

อิ อิ

fat dog father said...

เออพวกถ่านไฟฉายเนี่ย ก็ต้องเอาไปทิ้งตามห้างน่ะ
แต่ยังมีไม่มากพอ

Wanchana Munpansa said...

ที่เป็นแบบนี้ เพราะญีปุ่นต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน วัสดุ และวัตถุดิบครับ

เห็นแบบนี้แล้วย้อนถึงนิสัยเมืองไทยเหมือนกัน - -"